หลายบริษัทสงสัยว่าเมื่อเราแปลงเอกสารกระดาษเป็น เอกสารดิจิทัล ในคอมพิวเตอร์แล้ว จะทิ้งเอกสารจริงได้ไหม? และจะผิดกฎหมายไหม?
คำตอบคือ ทำได้! แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง…
ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้เอกสารดิจิทัล?
ข้อดีที่เห็นได้ชัด
- ประหยัดที่เก็บ – ไม่ต้องมีห้องเก็บเอกสารใหญ่ๆ
- หาง่าย – พิมพ์ชื่อก็หาเจอทันที ไม่ต้องค้นในกองกระดาษ
- ประหยัดเงิน – ไม่ต้องซื้อกระดาษ หมึก เครื่องถ่ายเอกสาร
- เข้าถึงได้ทุกที่ – ดูเอกสารได้จากที่ไหนก็ได้ ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์
- ปลอดภัย – ไม่กลัวไฟไหม้ น้ำท่วม หรือแมลงกิน
- ช่วยโลก – ลดการตัดต้นไม้
กฎหมายไทยว่าอย่างไร? เกี่ยวกับ เอกสารดิจิทัล
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 12/1
สรุปง่ายๆ กฎหมายบอกว่า ” เอกสารดิจิทัล สามารถใช้แทนเอกสารจริงได้” แต่มีเงื่อนไขคือ “ต้องทำให้ถูกวิธี”
ข้อความเต็มของมาตรา 12/1
“ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 มาใช้บังคับกับเอกสารหรือข้อความที่ได้มีการจัดทำหรือแปลงให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในภายหลังด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และการเก็บรักษาเอกสารและข้อความดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด”
ความหมายของมาตรา 12/1
- อนุญาตให้แปลงเอกสาร – เอกสารกระดาษสามารถแปลงเป็นดิจิทัลได้
- ให้สถานะทางกฎหมายเท่าเทียมกัน – เอกสารดิจิทัลมีผลทางกฎหมายเท่ากับต้นฉบับ
- ต้องทำตามหลักเกณฑ์ – ต้องปฏิบัติตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตราที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 10 – เอกสารต้นฉบับ กำหนดว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้แทนเอกสารต้นฉบับได้ หากมีการรักษาความถูกต้องและสามารถแสดงข้อความได้
มาตรา 11 – พยานหลักฐาน
ห้ามปฏิเสธข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย
มาตรา 12 – การเก็บรักษา กำหนดหลักเกณฑ์การเก็บรักษาเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้
เงื่อนไขที่ต้องทำให้ครบ เอกสารดิจิทัล
1. วิธีแปลงเอกสารต้องถูกต้อง
- สแกนให้คมชัด – ใช้ความละเอียดสูง (แนะนำ 300 dpi ขึ้นไป)
- เนื้อหาต้องครบ – ห้ามตัดทอนหรือแก้ไขข้อมูล
- อ่านได้ชัดเจน – ตัวหนังสือและรายละเอียดต้องเห็นชัด
2. เลือกรูปแบบไฟล์ที่ดี
- PDF/A – สำหรับเอกสารสำคัญที่ต้องเก็บนาน
- TIFF – สำหรับภาพคุณภาพสูง
- JPG – สำหรับเอกสารทั่วไป (แต่ไม่เหมาะกับเอกสารสำคัญ)
3. เก็บในที่ปลอดภัย
- มีรหัสผ่าน – ป้องกันคนอื่นเข้าดูโดยไม่ได้รับอนุญาต
- สำรองข้อมูล – เก็บสำเนาไว้หลายที่
- ระบบที่เชื่อถือได้ – ใช้โปรแกรมหรือระบบที่มีมาตรฐาน
4. มีการควบคุมและตรวจสอบ
- บันทึกใครเข้าดู – รู้ว่าใครเปิดดูเมื่อไหร่
- ป้องกันแก้ไข – ทำให้ไฟล์ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ
- ตรวจสอบสม่ำเสมอ – เช็คว่าไฟล์ยังใช้งานได้ดีไหม
หากการทำตามเงื่อนไข มันยุ่งยากเกินไป เพียงแค่ปรึกษาเรา เราพร้อมเข้าไปช่วยในการออกแบบการจัดการเอกสารทั้งบริษัทและระบบในการจัดการ
ขั้นตอนการทำ (แบบง่ายๆ) เอกสารดิจิทัล
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมการ
- แยกประเภทเอกสาร – เอกสารไหนสำคัญ เอกสารไหนธรรมดา
- เช็คกฎหมายเฉพาะ – บางเอกสารอาจมีกฎเพิ่มเติม
- เตรียมอุปกรณ์ – เครื่องสแกน โปรแกรม ระบบเก็บข้อมูล
ขั้นตอนที่ 2: แปลงเอกสาร
- สแกนไฟล์ – ใช้ความละเอียดสูง เก็บเป็น PDF หรือ TIFF
- ตรวจสอบ – เปรียบเทียบไฟล์กับต้นฉบับว่าครบถ้วนไหม
- ใส่ข้อมูลเพิ่ม – เขียนชื่อไฟล์ วันที่ ประเภทเอกสาร
ขั้นตอนที่ 3: เก็บรักษา
- อัพโหลดในระบบ – เก็บในโปรแกรมหรือระบบที่ปลอดภัย
- สำรองข้อมูล – เก็บสำเนาไว้อีกที่
- กำหนดสิทธิ์ – ใครสามารถดูได้บ้าง
ขั้นตอนที่ 4: ทำลายเอกสารจริง (ถ้าต้องการ)
⚠️ ข้อควรระวัง ควรรอ 3-6 เดือนหลังแปลงแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้ดี
ประเภทเอกสารที่ทำ เอกสารดิจิทัล ได้
เอกสารที่ทำได้แน่นอน
- สัญญาต่างๆ
- ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี
- เอกสารภายในบริษัท
- รายงานการประชุม
- จดหมายธุรกิจ
เอกสารที่ต้องระวังในการทำเอกสารดิจิทัล
- เอกสารราชการ – อาจมีกฎเฉพาะ
- เอกสารที่กฎหมายกำหนดให้เก็บต้นฉบับ – ต้องเช็คก่อน
- เอกสารที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ – ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
จะรู้ได้อย่างไรว่าทำ เอกสารดิจิทัล ถูกแล้ว?
เช็คลิสต์ง่ายๆ
✅ ไฟล์อ่านได้ชัดเจน – ตัวหนังสือและรูปภาพเห็นชัด
✅ เนื้อหาครบถ้วน – ไม่มีหน้าไหนหาย ไม่มีส่วนไหนขาด
✅ เก็บในที่ปลอดภัย – มีรหัสผ่าน มีการสำรองข้อมูล
✅ มีการควบคุม – รู้ว่าใครเข้าดูเมื่อไหร่
✅ ตรวจสอบได้ – ระบบทำงานดี ไฟล์เปิดได้
เตือนภัย! สิ่งที่ไม่ควรทำเกี่ยวกับ เอกสารดิจิทัล
❌ อย่าแปลงแล้วไม่เช็ค – อาจมีข้อมูลผิดหรือขาดหาย
❌ อย่าเก็บแค่ที่เดียว – ควรมีสำเนาสำรอง
❌ อย่าใช้รูปแบบไฟล์แปลกๆ – เลือกที่เป็นมาตรฐาน
❌ อย่าทิ้งเอกสารจริงทันที – รอให้แน่ใจก่อนว่าระบบทำงานดี
❌ อย่าลืมกฎหมายพิเศษ – เอกสารบางประเภทอาจมีกฎเพิ่มเติม
หากการทำตามเงื่อนไข มันยุ่งยากเกินไป เพียงแค่ปรึกษาเรา เราพร้อมเข้าไปช่วยในการออกแบบการจัดการเอกสารทั้งบริษัทและระบบในการจัดการ
สรุป
ทำได้ – กฎหมายอนุญาตให้เก็บเอกสารดิจิทัลแทนกระดาษ
ต้องทำให้ถูก – ตามหลักเกณฑ์ที่ ETDA กำหนด
ประหยัดและคุ้มค่า – ในระยะยาวจะได้ประโยชน์มาก
เริ่มง่ายๆ ได้ – ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดในครั้งเดียว
SO NEXT ยินดีให้คำแนะนำ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้เลยที่ [email protected] เบอร์ 0901978521 หรือ LINE Official @SONEXT
ถาม-ตอบ คำถามที่คนส่วนใหญ่สงสัย
ได้ครับ แต่แนะนำให้รอ 3-6 เดือนก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานดี
ได้ครับ ถ้าทำตามหลักเกณฑ์ครบถ้วน
เริ่มต้นอาจมีค่าใช้จ่าย แต่ในระยะยาวจะประหยัดมาก
ทำได้ทุกขนาด แม้แต่ร้านเล็กๆ ก็สามารถเริ่มได้

Writer : Aditep Phumkasame
Digital and Performance Marketing. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Aditep .P
ผมเชื่อว่าทุกการตัดสินใจที่จะใช้ Outsourcing ควรมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ข้าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระ ดูแลเรื่องที่ยุ่งยาก ให้คุณได้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร
อ่านบทความเพิ่มเติม
Back Office คืออะไร ทำไมองค์กรยุคใหม่ถึงควร Outsource
Big Data คืออะไร และทำไมองค์กรของคุณถึงละเลยไม่ได้
OCR คือ ? และนำมาใช้กับงานนำเอกสารเข้าระบบได้อย่างไร
วิธีเลือก บริษัทสแกนเอกสารและบันทึกข้อมูล สำหรับองค์กรที่มีเอกสารมาก
Data Processing คืออะไร เลือกผู้ให้บริการยังไงให้เหมาะกับองค์กร
เลือก ซอฟต์แวร์จัดการเอกสาร ยังไงให้เหมาะกับองค์กร
BPO ไม่ได้มีแค่ Call Center 5 ความจริงที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนตัดสินใจ
On Cloud DMS VS On Premiseต่างกันยังไงเลือกให้เหมาะกับองค์กรคุณ